PartyDays

มุแง้วสวัสดีค่ะ
กลับมาอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานนับเดือน มีเรื่องเครียดเยอะแยะมะว่างเรยล่ะ ขอโทษที่ทำให้รอ(สำหรับบางคนกำลังรออยู่น่ะนะ ^^" )

เอาล่ะ วันนี้ก็อัพบล็อกซะที ฤกษ์งามยามดีครั้งนี้เกิดขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากความอัดอั้นหลังงานโดเฟสนั่นเอง 1เดือนที่ผ่านมาหลังจากขึ้นปีใหม่เกิดเรื่องราวแย่ๆที่ทั้งน่าตกใจ สะเทือนใจ เศร้าใจ น้อยใจ กลุ้มใจ เหนื่อยใจ และล่าสุด โ-ค-ต-ร-กวนใจ เกิดขึ้นไม่ขาดสาย

ความจริงแล้วก็อยากจะเล่าเรื่อง1เดือนที่ผ่านมาน่ะนะว่าน้องเอ้ผ่านอะไรมาบ้าง พอเจอเรื่องอะไรก็อยากเอามาเล่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆให้ฟังเพราะมันฮาแตกมั่กมาย แต่ขออภัย เราคงจะต้องขอไว้อาลัยแก่เรื่องสุดฮาทั้งหลายแหล่ดังกล่าวซะแล้วเพราะเราจะไม่เล่า แต่ไม่ต้องตกใจเพราะเรามีเรื่องที่เด็ดกว่า ใช่! บล็อกรอบนี้เกี่ยวโยงกับบางส่วนในบล็อกของ ShinyaNoMiko เมื่อวันที่31ด้วยล่ะ

ที่ว่าเกี่ยวโยงก็ไม่ใช่อะไรแต่เพราะว่าเรากำลังจะคุยถึงประเด็นเดียวกัน เราจะเอ่ยชื่อที่โด่งดัง "ซาโตมิ" ให้กึกก้องระบือไกล ว่าเขานั้นไซร้ กระทำอะไรที่ไม่น่านับว่ามันยังเป็นปกติชน คน(ผู้ชาย)สามัญธรรมดา

เรื่องแรกต้องรีบเผาเรื่องราวจากงานโดเฟก่อนที่จะลืมความรู้สึกที่ไม่อยากจะจำนี้ไป
งานนี้เป็นงานที่เฌอแตมชินนี่ชวนน้องเอ้คอสหลังจากห่างหายการคอสมานาน คอสครั้งนี้ได้ดำเนินแผนการมาตั้งแต่ต้นเดือน ซึ่งน้องเอ้ก็สุดแสนจะตื่นเต้นที่จะได้คอสกับเฌอแตม(อ๊างงงงงง เราจะได้คู่กันล่ะกี๊ซๆ >w< )ทั้งๆที่เป็นเดือนแห่งการสอบคันจิและไวยกรณ์ญี่ปุ่นไม่เว้นแต่ละวัน เราก็ยังเจียดเวลาไปหาซื้ออุปกรณ์กัน จนใกล้วันงานก็ยังหาไม่ครบ(ยัฟฟี่ชุดมันดูหาง่ายเนอะ แต่ความเป็นจริงแล้ว ยากสุดๆเลยอ่ะ) ต้องถ่อสังขารไปตามล่าออพชั่นที่สุดขอบฟ้า นันสต๊อปจากพาหุรัด ยัน JJ จนสุดท้ายก็มานอนตายละลายคาเตียง แถมอดไปเรียน1วัน โอ๊ยยยยยย นี่ยังพ่วงต่อไปได้อีกเป็นเรื่องยาวเลยนะ เอาเถอะ กลับเข้าเรื่องก่อนที่น้องเอ้จะอดระบายความในใจต่อไม่ได้ เด๋วได้อ่านกันจนเมื่อยตา เช้าวันงานเราก็ต้องไปทำผมนะเคอะ จะซื้อวิกก็ไม่ไหวอ่ะเค่อะ มันแพง >.< ..ก็ยัฟฟี่มันผมสั้น จะตัดมันจริงๆทั้งหัวเลยก็มีเสียงคัดค้าน เครียดแทบตายก่าจะหาวิธีทำให้มันออกมาเป็นอย่างที่เห็นได้ในวันงานนะนั่นน่ะ(จิงๆแล้วมีคนบอกแต่ไม่ทันฟังน่ะแหล่ะ มัวแต่กร๊าซๆโลกแตกตีโพยตีพายไม่มีตังอยู่เลยโง่มาจนถึงวันก่อนวันงาน 3วัน = =" ไม่รู้จะเครียดไปทำไม อ๊ากกกกก เครียดฟรี!!!) เอาล่ะ ทีนี้ก็เกิดเหตุขัดข้องเพราะน้องเอ้ลืมโทรไปปลุกบราเธอร์แบร์ จึงทำให้หมายกำหนดการณ์ที่จะไปให้ถึงภายใน11โมงนั้นพังทลาย - -" (เอ้ขอโต้ดนะฝน งี้ดๆผิดไปแย้ว >.< ) เมื่อไปถึง พอได้ที่ซักพักก็มีคนมาขอถ่ายรูป (ม่ายยยยยยยย หน้าเอ้ยังมันปร๊าบบบบบบอยู่เงี๊ยเนี่ยนะ โอ้วววว >,<) ถ่ายซักพักในใจก็บ่นไป ร้อนเจรง ร้อนเจรงๆ ซักพักฝนก็ชวนไปด้านหลังเวที โอ้วเย้ ทีนี้ก็เลยลัลล้าตามคณะผองเพื่อนไป ในใจคิดแต่ "เย อากาศ อากาศของนู๋ รอหน่อยนะ อากาศศศศศศ >w< " พอไปถึง ได้สุดหายใจไป2เฮือกใหญ่ๆ ฝนก็พูดอะไรอัปมงคลออกม๊าาาา!!!! อ๊ากกกกก ไม่นะ ไม่จิงน่ะ ทำไมต้องเจอเร็วยังงี้ด้วยนะ ต่ายน้อยเซรงงงงงงงงงง -"- ฝนบอกว่ามันนั่งอยู่ข้างหลังเอ้อ่ะ กำลังมองมา ไม่ต้องไปสนใจหรอก ช่างมัน เอ้ก้อเรย ไม่สนใจ เดินตามเพื่อนต้อยๆๆๆ แต่พวกเราก็ดันหยุดหลังจากที่เดินมาไม่ถึง20ก้าว - -" ก็ไม่คิดแล้วนะว่ามันจะทำอะไรได้ ......อา น้องเอ้คิดผิดมหันต์เพราะมันได้ย่างสามขุม(ไม่ใช่แค่3 แต่ลักษณะการเดินมันเป็นอย่างนั้นของมันอ่ะ เป็นการเดินที่สุดจะบรรยาย เชิญผู้อ่านสังเกตกันเอาเอง - - )พร้อมกับชี้หน้าไปพลาง สบถไปพลาง ผ่านกลุ่มของเราซึ่งกำลังเฮฮาเป็นวงกลมไป ...เพื่อนๆในวันนั้นคงจะเห็นเอ้หน้าซีด แต่จะอธิบายยังไงว่าไม่ได้ซีดเพราะกลัว แต่ซีดเพราะเซ็ง(แปลกมะ เอ้ยังว่าแปลกเลย55) ไม่ได้กลัว แต่ความรู้สึกที่เกิดคือขยะแขยง คลื่นไส้ สะอิดสะเอียน เอาเป็นว่าใครไม่เคยสัมผัสก็คงจะไม่เข้าใจเท่าไหร่หรอก รู้แค่ว่าเอ้เกลียดมันก็แล้วกัน ตอนนั้นเพื่อนๆคุยอะไรเอ้จำไม่ได้เลยล่ะ เอ้กำลังคิดว่า ถ้าเอ้อาเจียรตรงนี้ไปจะซวยมั๊ยนะ พลางเหลือบมองรอบๆ อาาาา ไม่ เอ้ต้องรีบลืมความรู้สึกนี้ไม่งั้นคนที่กำลังประกอบชุดคอสแถวนั้นคงแค้นตาลุกพราวแน่ๆ(ทำงานเร็วเข้า สมองส่วนปลาทองซิ๊สเต็ม ลุยมันเลย >.< ลืมมันๆๆๆๆๆ) ปรากฏว่าไม่ทันไรมันก็โผล่มาอีก (อ๊ากกกกก มันกลับมาอีกแล้ววววว เหล่าปลาทองหนีทัพ!!) พร้อมกับชูถัง (ซึ่งสำหรับเอ้ตอนนั้นคิดว่ามันก็คงจะเป็นถังที่อยู่กับพวกชุดประดาน้ำ)ขึ้นมาและถามว่า รู้มั๊ยในถังนี่มีอะไร เอ้ก็ตอบในใจว่ามันคือถังออกซิเจนสินะ = = (ฮ่วย ควายแบกถังออกซิเจน ไอ้การเจอหน้าแล้วอยากได้ออกซิเจนเพิ่มน่ะเข้าใจ แต่ไม่ขอแบ่งหรอกนะขอบคุณ) จนได้ยินเพื่อนๆพูดน่ะแหล่ะถึงรู้ว่าตกลงแล้วมันคือถังที่ระเบิดได้ - -" จากนั้นเค้าคุยอะไรกันเอ้ก็หันหลังไปแล้วล่ะ รู้แค่ว่าอยู่ๆน้องเบนซ์ก็โพล่งขึ้นมาว่า "ถูกต้องนะคร๊าบบบบ~" จากนั้นก็ยืนทำอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ ยืนคุยกันอยู่ที่เดิม ส่วนมันก็คงยืนแบกถังนั่นอยู่ตรงนั้นแล้วมองมาล่ะมั๊ง อะไรก็ช่างไม่ได้หันไปมอง แล้วเอ้ก็บอกเบนซ์ว่า ไปที่อื่นกันไม่ได้เหรอ เพื่อนๆก็เลยยกขบวนย้ายมาข้างเวที แล้วเราก็ถ่ายรูปกัน(พอดีที่มันโล่งแล้วก็มีหน่วยกล้ามาขอถ่ายพอดี แอ๊คท่าเดียวกล้องอื่นก็ตามๆกันมาเลยได้แอ๊คยาว - -" ) นั่นแหล่ะ มันก็ตามมายืนอยู่แถวนั้น ปนๆอยู่กับพวกคนที่เดินและคนที่ถ่ายรูป ตอนแรกเอ้ไม่เห็นหรอกแต่ฝนบอก เพิ่งเห็นหลังจากพวกช่างกล้องที่มาถ่ายเริ่มหายไป แต่ก็ไม่ได้สนใจ เราก็เดินกันต่อไปหาที่นั่งที่มีโต๊ะเยอะๆฝั่งตรงข้ามเวทีน่ะ ทีนี้เอ้ก็ไม่เห็นมันอีกเพราะมันอยู่บนระเบียงชั้น2 ซึ่งที่นั่งเอ้หันหลังให้มัน นี่ก็มารู้ทีหลังอีกเช่นกัน จากนั้นก็ไม่เห็นมันอีกจนก่อนกลับตอนที่ถ่ายรูปข้างเวที(คนละฝั่งจากตอนแรกนะ) ตอนนั้นเห็นที่หางตาด้วย ไม่สนจาย ไม่สนจาย แล้วเราก็ไปที่อื่นต่อ ตอนเย็นถึงบ้าน วุดที่ยังหลงอยู่คนเดียวในงานโทรมาบอกว่าเจอกับมันบ่อยมาก สันนิษฐานว่ามันคงมองหาเอ้ เหอะ หาไปเถอะ ป่านนั้นไปกินสเต็กจานยักษ์กันแล้ว555

สรุปแล้ว เอ้ไม่ได้สนใจมันเรยอ่ะ ขนาดได้รับฉายาว่ากระต่ายสายตาร้อยเมตร ซึ่งสามารถมองเห็นอะไรๆชัดไปหมดแม้จะอยู่ไกล ยังไม่เห็นมันอยู่ในสายตาเรยอ่ะ - - อ่อ แต่ก็คิดแล้วล่ะว่ามันก็คงมา ทำไมน่ะเหรอ เค้าส่งsmsมาไง เด๋วให้ดูรูป(ตอนนี้พ่อเอากล้องไปใช้ง่ะ -"-) บอกว่า "พรุ่งนี้จะไปงานที่สวนลุมอย่ามาให้เห็นละกัน ขอร้อง P'PALM" เค้าขอร้องล่ะเพื่อนๆ เค้าขอร้องให้เอ้โยนโปรเจคคอสยัฟฟี่คู่กับเฌอแตมทีฟาที่วางแผนกันมานานกว่า1เดือนทิ้งไปโดยการส่งsmsมาบอกในวันก่อนวันงานเนี่ยนะ ขอขอบคุณพระเจ้าที่ประธานให้มีคนเห็นแก่ตัวขนาดนี้อยู่บนโลกเพื่อเหยียบย่ำสิทธิของผู้อื่น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะ หลายครั้งแล้วล่ะนับตั้งแต่ เอ้-เลิก-คบ-กับ-มัน เคยถามแล้วนะว่าเพราะอะไร เหตุผลที่ให้มาคือ "พี่ไม่รู้ว่าถ้าพี่เห็นเอ้แล้วพี่จะห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำร้ายเอ้ได้" ......อ๋อ คำขู่ที่แสนจะเห็นแก่ตัวนี้สื่อว่าชั้นไปงานนี้ได้ ส่วนหล่อนห้ามไปสินะยะ คิดจะให้ชั้นจำศีลไม่ต้องออกมาหาความสำราญเพียงน้อยนิดนี้สินะ เฮ้ย!! ชั้นก็มีสังคมที่จะต้องอยู่นะ ชั้นก็มีเพื่อนนะ ไม่เจอกันในงาน แล้วจะให้ไปว่างเจอกันตอนหลังเซเว่นปิดรึไง ที่ผ่านๆมาไม่ได้ไปก็เพราะไม่ว่างไป ไอ้ส่วนงานที่มีมากกว่า2วันมันก็มากงการสั่งชั้นให้ไปวันนั้นวันนี้ซะเองเฉย "เอ้ก็ไปวันนั้น พี่ปาล์มจะได้ไปวันนี้" เออ คิดว่าสมองชั้นไม่มีรึไงถึงเสร่อมาช่วยคิดให้ แล้วที่สำคัญชั้นไม่ใช่สัตว์นะเว้ย ปล่อยออกนอกบ้านได้ในวันนั้น ส่วนวันนี้ขังไว้ให้อยู่กับบ้าน ถ้าจะบอกว่านี้ไม่ได้เป็นการสั่งแต่เป็นการขอร้อง มันคือการขอร้องแกมบังคับน่ะสินะ แล้วในsmsที่ส่งมาอ่ะ ก็ระบุชัดนี่นาว่าขอร้อง เพราะฉะนั้นก็แปลว่าเอ้ก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ใช่รึไง แล้วดูประโยคที่พูดในงานดิ "บอกแล้วนะว่าอย่าโผล่หน้ามาๆ จะมาทำไม" ทำเป็นเจ้านายด่าลูกน้องซะยังงั้น ไม่มีสิทธิซักหน่อย ชั้นไม่ใช่ลูกน้องที่ต้องรับฟังคำสั่งที่ไร้เหตุผล+น้ำเน่าอย่างนั้นเลยซักนิดนะ คุณไม่อยากเห็นหน้า คุณก็อย่ามาเซ่~ ชั้นเห็นหน้าคุณแล้วชั้นก็เบือนหนีได้อ่ะ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวด้วยตัวเองไม่ได้ซักหน่อยหนิ ชั้นก็คล้ายๆจะจำได้ว่าคุณก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทะเลาะกับชั้นได้นี่นะ มีสมองคิดเหตุผลต่างๆนาๆงี่เง่าบรรลัยมาเถียงได้ กะอีแค่หันหน้าไปทางอื่นก็ทำไม่ได้ เป็นอัมพาตรึไงคุณ ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่ปกติขนาดนั้นคุณก็อย่ามาซี่ ลำบากสังขารเปล่าๆ

เฮ้ออ เรื่องอื่นๆยังมีอีกเยอะ(อยากรู้เพิ่มก็เม้นท์กันเข้ามา เด๋วน้องเอ้จัดห้ายยยย)ใครจะเข้าข้างมันเราก็ไม่ว่า คิดไปเถอะค่ะ สังคมเดี๋ยวนี้เทิดทูนคนดีซะเหลือเกิน ความคิดน่ะ ยังไงก็ห้ามกันไม่ได้นี่นา เราเคยรู้จักคนๆนี้ถึงแก่นแท้ที่หลอกลวงนั่นจนต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างไป คนอื่นไม่โดน คนอื่นไม่รู้ เรื่องราว1ปีในช่วงที่หวานอมขมกลืน กับอีก1ปีที่มีความสุขแต่ต้องทนกับเรื่องวุ่นวายใจยังไม่จบเพียงแค่นี้ การสาปแช่งยังคงต้องทวีความแรงกล้าเพิ่มๆขึ้นต่อไป จนกว่าโทรศัพท์โรคจิตจะเลิกโทร จนกว่าsmsปัญญาอ่อนจะห่างหาย จนกว่าไอ้หน้าตัวเมียจะเปลี่ยนสันดานไปซักที

รอบนี้ต่ายน้อยอาจจะใช้คำไม่สุภาพ อาจจะรุนแรงเกินไป ขออภัยนะ ช่วงเผาคงจะมีเอพพิโสดอื่นต่อๆมาอีกล่ะ55 รู้สึกชอบซะแล้วสิ ไปล่ะนะแล้วเจอกันหม่ายบุ๊ยบุย ^^ /



~Ricca the Litle Rabby~
View full profile